บรรยายโดย คุณพ่อประยูร  พงศ์พิษณุ์

บทนำ

บ้านมีเสาคนเรามีหลัก ศาสนสัมพันธ์ก็มีหลักการ ในการเตรียมตัวเป็นนักเสวนาศาสนสัมพันธ์ (Man of Dialogue) พึ่งทำความเข้าใจในหลักการบางประการ ซึ่งขอนำมาแบ่งปัน ดังต่อไปนี้

หลักที่ 1

เรียนรู้ให้เข้าใจความสำคัญและความหมายของการเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างการประกาศพระวรสาร/แพร่ธรรม (Evangelization/Ad Gentes) คริสตสัมพันธ์ (Ecumenical/สัมพันธภาพสากล-1910) เสวนากับพี่น้องต่างศาสนา/ศาสนสัมพันธ์ (Inter-religious Dialogue-รับรองที่เยรูซาเล็ม 1928) การปรับ (พระวรสาร) เข้าสู่วัฒนธรรม (Inculturation)

1.1  ความสำคัญของงานศาสนสัมพันธ์

ปัจจุบันคริสตชนไทยมีการเสวนากับพี่น้องศาสนาอื่นๆ (Dialogue of Life) ในชีวิตประจำวัน จึงขอนำประเด็นสำคัญมาพิจารณา ให้คำนึงถึงเรื่องต่อไปนี้
  1. ศักดิ์ศรีของคน ไม่ว่านับถือศาสนาใดหรือไม่ก็ตาม (ธรรมนูญ GS. ข้อ 78)
  2. สถานการณ์โลกยุคโลกาภิวัตน์ : ให้ข้อมูลเพื่อการเสวนาเสมอไป ; การยอมรับความแตกต่างอย่างเข้าใจ และสัมพันธ์กันดีได้
    อาศัยการเสวนาที่จริงจัง (GS. ข้อ 43)
  3. หน้าที่ และจิตตารมณ์คริสตชน เรียกร้องให้ปฏิบัติความรักต่อเพื่อนมนุษย์แบบตรงกับความต้องการของยุคสมัย (เข้าหา เสวนา แบ่งปัน แลกเปลี่ยน) (ข้อกำหนดว่าด้วยงานแพร่ธรรมของฆราวาส ข้อ 7)
  4. หน้าที่ของพระศาสนจักรโดยรวม ส่งเสริมงานเสวนาเพื่อภราดรภาพของมนุษยชาติ (ทุกชาติ – เผ่าพันธุ์ – วัฒนธรรม) (GS. ข้อ 92) ด้วยความสมัครใจ และเต็มใจ
  5. ลักษณะการเสวนาที่ดี และมีผล
  • เปิดใจ และจริงใจ
  • พยายามเข้าใจ และใจดี ยอมรับและยกย่อง (ES. ข้อ 79)
  • มีความเสมอภาคบนพื้นฐานศักดิ์ศรีของความเป็นคน

1.2  ศาสนสัมพันธ์กับงานแพร่ธรรม / ประกาศพระวรสาร

    1.2.1 หลักการ และวิธีการที่เป็นแนวเรื่องที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน (Related Theme)

    • การแพร่ธรรม / ประกาศพระวรสาร (Evangelization) และแพร่ธรรมไป “สู่นานาชาติ” (Ad Gentes) มุ่งที่การกลับใจ
    • คริสตสัมพันธ์ (Ecumenism) ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต่างนิกาย
    • ศาสนสัมพันธ์ (Inter-religious Dialogue) มุ่งที่ความเข้าใจ และการทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพี่น้องต่างศาสนากัน
    • วัฒนธรรมสัมพันธ์ (Inculturation) เน้นการปรับ/ประยุกต์พระวรสารเข้าสู่วิถีชีวิตท้องถิ่น และชุมชน (Local, Community)

1.2.2 พระศาสนจักร และสมาชิก
-“Extra Ecclesiam nulla salus.” = นอกพระศาสนจักรแล้วไม่มีความรอด (นบ.ซีเปรียน)
เบี่ยงเบนไปในเรื่องการแสวงหาปริมาณ/จำนวนมากกว่าแสวงหาคุณภาพ ก่อให้เกิดอคติและปฏิกิริยา
-“ผู้เป็นเหตุให้เกิดการแตกแยกในพระศาสนจักร จะไม่ได้เข้าในพระอาณาจักรสวรรค์ (นบ.อิกญาซีโอ แห่งอันติโอก)

    1.2.3 ทัศนะด้านลบ และวิธีการด้านลบ

    • วิธีป้องกัน ตอบโต้/แข่งขัน ยกตนข่มท่าน (Apologetic)
    • วิธีการผสมความเชื่อ/สูญเสียเอกลักษณ์ (Syncretism)
    • วิธีการแอบแฝง (Proselylizing) ไม่หวังผลตอบแทน และไม่แฝงด้วยการดึงประชาชน (Manipulation)
1.2.4 เน้นการดำเนินชีวิต และการดำเนินพระศาสนจักรที่มีชีวิตชีวา (Life and Living / Living Church)
1.2.5เน้นชีวิตชุมชน และการแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิต-จิตใจ
1.2.6เป็นมิตรและเป็นตัวอย่างที่ดีตามแบบฉบับพระเยซูเจ้า (สุภาพ และอ่อนหวาน)  “มิตรภาพนำการแพร่ธรรม”
1.2.7การเสวนาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องภาษา (คริสตัง ขนมปัง กะละมัง…) / ศัพท์เฉพาะ (สังฆราช พระสงฆ์ สามเณร สังฆมณฑล…) แก้ข่าวเท็จ-ข่าวลือ อคติ และความเข้าใจผิดต่างๆ นานา
1.2.8การเสวนามุ่งความรู้ ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ฉันมิตรไมตรี - ฉันพี่น้อง การร่วมกันสร้างสรรค์จรรโลงสังคมให้เกิดสันติสุขด้วยสามัคคีธรรม

1.3  การเสวนา 3 ระดับ ตาม ES. ของ พระสันตะปาปา เปาโล ที่ 6

1.3.1ในวงกว้าง ระดับโลก / มนุษยชาติทั้งมวล : ผู้นับถือศาสนา กับผู้ไม่นับถือศาสนาใดเลย
1.3.2ในวงกลาง ระดับมนุษย์ศาสนา : คริสตชน กับชนต่างศาสนา
1.3.3ในวงแคบ ระดับคริสตศาสนา : คาทอลิกกับคริสตชนต่างนิกาย (โปรแตสแตนท์ ออร์โธ- ด๊อกซ์)

1.4 การเสวนา 3 ประเภท / ด้าน

1.4.1เสวนาด้านเนื้อหาวิชาการ(Dialogue of Studies : Bible, Theology…)
1.4.2 เสวนาด้านประสบการณ์ชีวิตจิต (Dialogue of Spirituality : Virtues, Prayer, Meditation, Contemplation)
1.4.3 เสวนาด้านชีวิตสังคม (Dialogue of Social life)

หลักที่ 2

เรียนรู้ให้เข้าใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาของงานศาสนสัมพันธ์ในพระศาสนจักรสากลและพระศาสนจักรท้องถิ่นในบริบทไทย เพื่อเป็นบทเรียน บทสอน และบทเตือนไม่ให้ซ้ำประสบการณ์ที่เลวร้าย (Bad history never repeats) และขณะเดียวกันก็สร้างประวัติศาสตร์ที่ดีงามใหม่ในยุคสมัยของเราต่อไป (History of our age moves on.)

2.1 ความหมายคำว่า “ศาสนา”
  1. คำว่าศาสนา หากแปลว่าคำสั่งสอน (C/O ปรัชญา = Philo-Sophia) ก็ยังใช้ร่วมกันได้
  2. หากแปลว่า ความเกี่ยวข้อง ผูกพัน (Religion) :
  3. ระหว่างคน กับ       สัจธรรม     =      ศรัทธาธรรม/ปริยัติ ศีล/จริยธรรม          ปฏิบัติธรรม    =       ปฏิเวธ (จนบรรลุผล)     พิธีกรรม-บูชา   =      บูชาธรรม
  4. โดยรวมคือ ระบบศรัทธา

  N.B.

    สาสนํ (บ), ศาสนํ (ส) Relio (Lt.) : - Religare (ผูกพัน), Relegere (ปฏิบัติต่อ, เกี่ยวข้องกัน)

2.2  ศาสนสัมพันธ์ในบริบทสังคมไทย

2.2.1ศาสนา
    * ศาสนา : ความเข้าใจในแง่ของคำ และความหมาย
    * ศาสนาในเชิงปรัชญา และประวัติศาสตร
    ์* ศาสนาในเชิงมนุษย์วิทยา และสังคมศาสตร์
    2.2.2 สัมพันธภาพ
      * สัมพันธภาพเป็นหลักสากลตามธรรมชาติ (ความมี/เป็นส่วน และการทำส่วนของตัวเอง)
      * สัมพันธภาพที่เกิดจากการเสวนา (ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ และความร่วมมือ)
      * สัมพันธภาพในความหลากหลายความแตกต่าง และเสมอภาค

อธิบายความหลากหลาย ในโลกยุคโลกาภิวัตน์

    * เรามีความศาสนาหลากหลาย ภายในสังคม และในวัฒนธรรมหลากหลาย (พิจารณาบริบทไทย-เอเชีย)
    * เราจึงพึงส่งเสริมความปรองดอง ระหว่างพี่น้องศาสนิกโดยอาศัย
    * ศาสนิกสัมพันธ์ ตามสภาพจิตใจ
    * ศาสนธรรม ตามเนื้อหาสาระที่เป็นจริง
    * เพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้เกิดสันติร่วมกันของทุกคน และสันติภาพของโลก
    2.2.3 การเสวนา
    *สร้างทัศนคติที่ดี และเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับยุคโลกาภิวัตน์ (ทันกัน เท่ากัน, เหมือนกัน ต่างกัน ร่วมกัน /อิทธิพลของสื่อ-ภาษา
     เทคโนโลยี สื่อสารมวลชน)
    *การเสวนาในมิติลึก และกว้าง ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และมนุษย์ด้วยกัน (เส้นรุ้ง-เส้นแวง / ในตัวเรา-นอกตัวเรา)
    *จุดประสงค์ของการเสวนา (ความรู้ ความเข้าใจ และความสัมพันธ์/กลับกันได้)
    2.2.4 บริบทไทย
    *
    สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 5 ศาสนาทางการและอื่นๆในประเทศไทย
    (สังคมวัฒนธรรม-Sociocultural/ประเภทศาสนา และวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ทางตะวันออก)
    *ความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องระหว่างศาสนาของกันและกัน
    *ปริมาณ และคุณภาพของศาสนิกในสังคมไทย
    *ความร่วมมือกัน ระหว่างศาสนิกเพื่อสังคมไทย (การสร้างสรรค์พัฒนา และการแก้ไขปรับปรุง)
หลักที่ 3
สร้างทัศนคติที่ถูกต้องเพื่อให้งานศาสนสัมพันธ์สัมฤทธิ์ผล โดยพิจารณาตน (จนถึงระดับมโนธรรมก็ว่าได้) ทั้งก่อนและหลังการทำงานศาสนสัมพันธ์

3.1  ทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อศาสนาอื่น

3.3.1เห็นคุณค่าในเนื้อหาสาระ / ศาสนธรรม หลักการ วิธีการของศาสนาอื่นว่าเป็นสิ่งที่ดีงามน่าสนใจ และมีความลุ่มลึก ลึกซึ้ง เพราะได้สะสมคุณค่ามาเป็นเวลายาวนาน
3.3.2เห็นคุณค่าด้านประสบการณ์ชีวิตที่ให้ผลดีจากการปฏิบัติศาสนธรรมของศาสนิกในศาสนานั้นๆ
3.3.3เห็นคุณค่าของความจริง ความดีงาม ความศักดิ์สิทธิ์ศรัทธาของศาสนาอื่นๆ (พระศาสน-จักรให้เรารู้จักยอมรับ / ไม่ปฏิเสธ)
    *ทุกคนมีดี อาจมีดีเหมือนกัน หรือต่างกัน ฉะนั้นพยายามเรียนรู้ และเรียนแบบความดีของกันและกัน (แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตนไว้)
    *ทุกศาสนาปรารถนาความรัก ฉะนั้นให้เรารัŦ