ธรรมนูญข้อบังคับ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์
Catholic Commission for Inter-religious Dialogue
 (ฉบับร่าง ค.ศ.2008)

 

ข้อ1ระเบียบข้อบังคับนี้เรียกว่า“ข้อบังคับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์”
ข้อ2ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ3ให้ยกเลิกข้อกำหนดอื่นๆ ที่มีอยู่เดิม และให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

                                                                                                                   หมวดที่ 1
                                                                                                   ชื่อ สถานที่ตั้ง และลักษณะทั่วไป

ข้อ 4   องค์กรนี้มีชื่อภาษาไทยว่า  คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์”    และใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Catholic Commission for Inter-religious Dialogue”
ข้อ 5   สำนักงานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ ตั้งอยู่ที่ อาคารสำนักงานสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย เลขที่ 122/11 ชั้น 4 ซอยนาคสุวรรณ ถนนนนทรี           แขวงช่องนนทรี  เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
ข้อ 6   คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ เป็นหน่วยงานระดับชาติ อยู่ในกรรมาธิการฝ่ายธรรมทูตและการศึกษาคาทอลิก ภายใต้โครงสร้างการดำเนินงานของ สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่ง   ประเทศไทย  มีบทบาทหน้าที่ร่วมในพันธกิจงานด้านธรรมทูต

หมวดที่ 2
วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์

ข้อ 7   คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ มี วิสัยทัศน์ ร่วมกับพระศาสนจักรไทย คือ  “คริสตชนเป็นหนึ่งเดียวกับทุกศาสนิกร่วมมือสร้างสังคมให้มีสันติสุข”

ข้อ 8   คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์มี พันธกิจ คือ “คริสตชน ฟื้นฟูชีวิตให้สนิทกับพระ   คริสตเจ้า  เป็นหนึ่งเดียวกันกับศาสนาต่างๆ  โดยการเสวนาฉันพี่น้อง แสวงหาคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรม  เรียนรู้หลักศาสนธรรม ร่วมมือแบ่งปันซึ่งกันและกันให้สังคมไทยมีสันติสุข  เพื่อเสริมสร้างอาณาจักรพระเจ้า”

ข้อ 9   คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ มี วัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ รับผิดชอบงานด้านศาสนสัมพันธให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ของพระศาสนจักรสากล  และ พระศาสนจักรท้องถิ่น

ข้อ 10  คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์มี นโยบาย  ดังต่อไปนี้
          10.1  ส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนาทุกระดับ โดยเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน อาศัยกระบวนการเสวนาด้วยชีวิต เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียว
          10.2  ส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้คุณค่าศาสนาต่างๆ วัฒนธรรมประเพณี และภูมิ-ปัญญาท้องถิ่นในสังคมไทย
          10.3  ส่งเสริมความร่วมมือกันให้เกิดความรัก และสันติสุข

                                                                                                                  หมวดที่ 3
                                                                                                   องค์ประกอบ และการบริหารงาน

ข้อ 11  เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการและหน่วยงานดังต่อไปนี้

    1.   คณะกรรมการคณะกรรมการอำนวยการ
    2.   คณะกรรมการบริหาร
    3.   สำนักงานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์

ข้อ  12  คณะกรรมการอำนวยการประกอบด้วย 

    1. ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ ได้แก่  พระสังฆราชที่ได้รับมอบหมายจาก  สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
    2.  เลขาธิการ เพื่อทำหน้าที่เป็นเลขาธิการของคณะกรรมการอำนวยการ ให้มีวาระเท่ากับ วาระของ  พระสังฆราชผู้แต่งตั้ง
    3.  คณะกรรมการอำนวยการ สามารถเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นกรรมการที่ปรึกษาได้ตามความ เหมาะสม
    4.  คณะกรรมการอำนวยการฯ ผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากสังฆมณฑลๆ ละ 1 ท่าน  ผู้แทนชมรมนักบวชชาย 1 ท่าน  ผู้แทนชมรมนักบวชหญิง 1 ท่าน ผู้แทนจากองค์กรคาทอลิก 1 ท่าน

ข้อ  13  คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย

    1.  ประธานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ ได้แก่ พระสังฆราชฯ
    2.   เลขาธิการ
    3.   คณะกรรมการบริหารฯ ผู้แทนที่ได้รับแต่งตั้งซึ่งอยู่ในเขตสังฆมณฑลใกล้เคียงกรุงเทพฯ ได้แก่ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ, สังฆมณฑลราชบุรี, สังฆมณฑลจันทบุรี และสังฆมณฑลนครราชสีมา ผู้แทนจากชมรมนักบวชชาย 1 ท่าน ผู้แทนจากชมรมนักบวชหญิง 1 ท่าน ผู้แทนจากองค์กรคาทอลิก 1 ท่าน

 ข้อ 14   กรรมการอยู่ในตำแหน่งวาระละ 3 ปี พ้นจากตำแหน่งต่อเมื่อ
            14.1  ถึงคราวออกตามวาระของผู้แต่งตั้ง
            14.2  ตาย
            14.3  ลาออก
            14.4  มีความประพฤติผิดอย่างร้ายแรง และที่ประชุมมีมติให้ออก


                                                                                                              หมวดที่ 4
                                                                                                           การดำเนินงาน
ข้อ 15  ประธานคณะกรรมการอำนวยการ มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง และได้รับการแต่งตั้ง
ข้อ 16  คณะกรรมการอำนวยการประชุมปีละ 2 ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือวางนโยบาย ของคณกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ รับทราบ และติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร พร้อมทั้งอนุมัติและเสนอแนะโครงการให้ คณะกรรมการบริหารนำไปดำเนินการ
ข้อ 17  คณะกรรมการบริหารประชุมอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง เพื่อรับทราบ และอนุมัติการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ติดตามโครงการ ที่สำนักงานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ดำเนินงาน ให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการอำนวยการ
ข้อ 18  การประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และคณะกรรมการบริหารทุกครั้งจะต้องมีกรรมการเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการ จึงจะเป็นองค์ประชุม และมติใดๆ ต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการ ที่เข้าร่วมประชุม
ข้อ 19  การลงคะแนนเสียงในข้อ 18 นั้น กรรมการอำนวยการ กรรมการบริหารมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงท่านละหนึ่งเสียง (ถึงแม้ดำรงตำแหน่งมากกว่าหนึ่งตำแหน่ง) และกรรมการที่ปรึกษาไม่มีสิทธิ์ในการลงคะแนนเสียง ผู้ที่มาประชุมแทนกรรมการฯ จะต้องได้รับการมอบหมายจากประธานองค์กรนั้นๆ เป็นลายลักษณ์อักษร
ข้อ 20  คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ คือ

    1. วางระเบียบขึ้นใช้ โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อวัตถุประสงค์ และข้อบังคับ
    2.  แต่งตั้งคณะทำงาน คณะอนุกรรมการ หรือเชิญผู้มีเกียรติคุณเข้าร่วมกิจกรรมเฉพาะกิจได้
    3. แต่งตั้ง บรรจุ ปลด พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์
    4. พิจารณาการให้สั่งของสำหรับเป็นที่ระลึกหรือพิจารณาค่าใช้จ่ายการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
    5. จัดทำร่างแผนงานในการทำกิจกรรมและโครงการต่างๆ เสนอต่อคณะกรรมการอำนวยการพิจารณาอนุมัติ

ข้อ 21  ประธานคณะกรรมการอำนวยการ มีอำนาจเรียกประชุมวิสามัญ ได้เมื่อมีความจำเป็น
ข้อ 22  การดำเนินงานของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การดูแลและรับผิดชอบของเลขาธิการ


หมวดที่ 5
การเงิน

ข้อ 23  คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ ดำเนินงานโดยมีงบประมาณจาก

    1. สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
    2. ทุนจากต่างประเทศ
    3. รับลงทะเบียน

ข้อ 24  ระเบียบว่าด้วยการเงินของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ มีดังนี้
           24.1  การเก็บรักษาเงิน
                   24.1.1  ให้เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากประธานกรรมการ อำนวยการเป็นผู้เก็บรักษาเงินโดยฝากไว้กับธนาคาร ในบัญชีออมทรัพย์/บัญชีฝากประจำ ตามที่                               คณะกรรมการอำนวยการมีมติเห็นชอบ
                   24.1.2   เหรัญญิกหรือผู้รักษาเงินที่ได้รับมอบอำนาจจะมีเงินสดไว้เพื่อสำรองจ่ายในกิจกรรมของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อศาสนสัมพันธ์ในวงเงิน เดือนละไม่เกิน 5,000 บาท                                (ห้าพันบาทถ้วน)
          24.2  ผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินจากธนาคาร ผู้มีสิทธิลงนามเบิกจ่ายเงินของธนาคาร ได้แก่ ประธานคณะกรรมการบริหาร เลขาธิการ และเหรัญญิก ทั้งนี้ในการ เบิกจ่าย แต่ละครั้ง จะต้องมีผู้ลงนามสองรายชื่อของผู้มีสิทธิลงนามเบิกจ่ายเงินจากธนาคารดังกล่าวข้างต้น
          24.3  อำนาจจ่ายเงินการใช้จ่ายที่เกินครั้งละ 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ยกเว้น ค่าใช้จ่ายประจำ หรือเงินเดือน ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
         24.4  การทำบัญชีการเงินและรายงานสถานภาพทางการเงิน
                  24.4.1  เหรัญญิกเป็นผู้จัดทำบัญชีการเงินให้ถูกต้องตามหลัก บัญชีของสำนักงบประมาณในสภาพระสังฆราชฯ และรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการ และกรรมการบริหาร                               ทราบทุกครั้งที่มีประชุม
                  24.4.2  ต้องมีการตรวจสอบบัญชี โดยผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับใบอนุญาตให้ถูกต้อง ปีละ 1 ครั้ง โดยใช้ปีปฏิทินในการทำงบประมาณ
                  24.4.3  ต้องมีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี โดยการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการอำนวย


หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลง แก้ไข

ข้อ 25  การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับนี้กระทำได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
ข้อ 26  ประธานคณะกรรมการอำนวยการ เป็นผู้ตัดสินชี้ขาด กรณีเกิดปัญหาตีความตามข้อบังคับฉบับนี้
ข้อ 27  ประธานคณะกรรมการอำนวยการ มีอำนาจเรียกร้องให้มีการปรับปรุงข้อบังคับได้เมื่อเห็นสมควรโดยแต่งตั้งคณะกรรมการทำการปรับปรุง และข้องบังคับที่ปรับปรุงแล้วจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการ และประธานคณะกรรมการอำนวยการลงนามแล้วเท่านั้น